ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

สถานที่เก็บรักษาสารเคมี

สาระสำคัญของอาคารเก็บรักษาสารเคมี 5 อย่าง
1. สถานที่ตั้งของอาคาร
     - ห่างจากบริเวณที่มีประชาชนอาศัยอยู่
     - ห่างจากแหล่งน้ำดื่ม
     - แหล่งน้ำท่วมถึง
     - สะดวกในการขนส่ง
     - สามารถเข้าถึงได้เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน
2.  ผนังอาคาร
     - ด้านนอก
         - ต้องแข็งแรง ปิดด้วยเหล็ก หรือ แผ่นโลหะ เพื่อป้องกันไฟที่อาจเกิดขึ้นนอกอาคาร
         - มีพื้นที่ว่างบริเวณแนวกำแพงหรือรั้วสำหรับแยกเก็บสารเคมีที่หกรั่วไหล
         - ต้องออกแบบให้ มีพื้นที่ว่างพอที่จะสามารถเคลื่อนย้าย ขนถ่ายสารเคมีได้อย่างปลอดภัย
     - ด้านใน
        - ออกแบบให้เป็นกำแพงกันไฟทนไฟได้นาน  60 นาที และมีความสูงขึ้นไปเหนือหลังคา  1 เมตร                หรือ วิธีการอื่นๆ  ที่สามารถป้องกันการลุกลามของไฟได้
           ** วัสดุที่เหมาะสมต่อการทนไฟ และมีคุณสมบัติแข็งแกร่งทนทาน คือ คอนกรีต อิฐ
                 หรืออิฐบล็อก คอนกรีตเสริมเหล็ก ควรมีความหนาอย่างน้อย 15 เซนติเมตร หรือ  6 นิ้ว
                 และกำแพงต้องหนาอย่างน้อย  23 เซนติเมตร หรือ 9 นิ้ว จึงสามารถทนไฟ
                 ถ้าเป็นอิฐกลวงไม่เหมาะสมที่จะใช้คอนกรีตธรรมดา ต้องมีความหนาอย่างน้อย 30 เซนติเมตร                  หรือ 12 นิ้ว เพื่อให้เกิดความแข็งแกร่งและทนทาน
                เพื่อให้โครงสร้างมั่นคงแข็งแรงต้องมีเสาคอนกรีตเสริมเหล็กในผนังกันไฟ
           ** วัสดุที่ใช้เป็นฉนวนของอาคารเป็นชนิดที่ไม่ติดไฟ เช่น เส้นใยโลหะ หรือใยแก้ว
3. พื้น และการระบายน้ำ
    - พื้นอาคารต้องไม่ดูดซับของเหลว
    - พื้นอาคารต้องเรียบ ไม่ลื่น ไม่มี รอยแตกร้าว ทำความสะอาดได้ง่าย
    - พื้นอาคารต้องออกแบบให้สามารถเก็บกักสารเคมีที่หกรั่วไหล และน้ำจากการดับเพลิงได้
       โดยวิธีการทำขอบธรณีประตูหรือขอบกั้นโดยรอบ
    - ส่วนการระบายน้ำ ต้องออกแบบเป็นระบบปิด และต้องเป็นชนิดไม่ติดไฟ
       เพื่อป้องกันการปนเปื้อนจากสารเคมีที่หกรั่วไหล และน้ำจากการดับเพลิงไหลลงสู่แหล่งน้ำ        
       สาธารณะ ท่อระบายน้ำฝนต้องอยู่นอกอาคาร
4. หลังคากับการระบายอากาศ
     - วัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างหลังคาไม่จำเป็นต้องใช้ชนิดป้องกันไฟพิเศษ แต่ก็ไม่ควรใช้ไม้
        เพราะมีความเสี่ยงต่อการลุกลามของไฟ โครงสร้างที่รองรับหลังคาต้องทำด้วยวัสดุไม่ติดไฟ
       ใช้ไม้เนื้อแข็งได้ เมื่อวัสดุที่ใช้มุงหลังคาไม่ไวไฟ เพราะคานไม้ให้ความแข็งแกร่ง
       โครงสร้างนานกว่าคานเหล็กเมื่อเกิดเพลิงไหม้
    - วัสดุที่ ใช้มุงหลังคาอาจเป็นวัสดุที่ มีน้ำหนักเบาและยุบตัวได้ง่าย เมื่อเกิดเพลิงไหม้ เพื่อช่วยการ
       ระบายควันและความร้อนออกไปได้ แต่ ถ้าหลังคาสร้ างแข็งแรงต้องจัดให้มีช่องระบายอากาศ
       เพื่อให้มีการระบายควัน  และความร้อนอย่างน้อย 2% ของพื้นที่หลังคา
    - การระบายอากาศอย่างเพียงพอ จะเกิดขึ้นเมื่อช่องระบายอากาศ อยู่ในตำแหน่งบนหลังคา
       หรือผนังอาคารในส่วนที่ต่ำลงมาจากหลังคา และบริเวณใกล้พื้น
   
5. ประตูกันไฟและทางออกฉุกเฉิน
    - ทางออกฉุกเฉินต้องทนไฟได้ เช่นเดียวกับประตูกันไฟด้านในของประตูกันไฟ
       ต้องมีคุณสมบัติทนไฟเหมือนผนังอาคารและสามารถปิดได้โดยอัตโนมัติ
       เช่น มีข้อลูกโซ่ ชนิดหลอมละลายได้ ซึ่งจะถูกกระตุ้นโดยอัตโนมัติจากระบบตรวจจับควันไฟ
       และประตูจะปิดอัตโนมัติเมื่อเกิดเพลิงไหม้ และต้องมีพื้นที่ว่างเพื่อให้ปิดประตูได้ ห้ามมีสิ่งกีดขวาง
   - ทำเครื่องหมายทางออกฉุกเฉินให้เห็นชัดเจน
   -  ทางออกฉุกเฉินต้องเปิดออกได้ง่ายในความมืดหรือเทื่อเมื่อมีควันหนาทึบ
   -  ต้องมีอย่างน้อย 2 ทิศทาง
 
         
       
                     

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

Hazchem Code - The First Letter

The second character in the code is a letter selected from the range P, R, S, T, W, X, Y, Z which indicates the type of personal protection to be worn, the possibility of violent reaction, and whether the substances and the medium employed should be contained or the substances diluted. The characters are generally black on a white background. Personal Protection The letters P, R, W or X indicate that a full chemical protection suit and breathing apparatus should be worn. The letters S T Y and Z may on occasion appear. These reversed characters indicate that breathing apparatus need only be worn if the substances are involved in a fire. Frequently in text these appear in a box, ie. S T Y or Z to indicate that they are to read as a white letter on a black background. Contain or Dilute The letters P, R, S and T indicate dilution while W, X, Y and Z indicate containment. Both seek to reduce the hazard or prevent escalation of the incident. 'Contain' attem...

GHS - The Globally Harmonized System of Classification and Labelling of Chemicals

ระบบ GHS ครอบคลุม สารเคมีอันตรายทุกชนิด สารละลายเจือจาง (dilution) และของผสม (mixture) ของสรเคมี แต่ไม่เกี่ยวข้องกับ เภสัชภัณฑ์ (ยารักษาโรค) สารเติมแต่งในอาหาร (Food additives) เครื่องสำอาง และสารป้องกันกำจัดศัตรูพืชที่ตกค้างอยู่ในอาหาร (Pesticide Residues in Food) ประโยชน์ของการแยกประเภทที่เป็นระบบเดียวกันทั่วโลก โดยภาพรวมแล้วจะทำให้ง่ายต่อความเข้าใจในระดับระหว่างประเทศ ยกระดับการป้องกันอันตรายจากสารเคมีที่เกิดแก่มนุษย์และสิ่งแวดล้อม ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับการค้าขายระหว่างประเทศ ลดความซ้ำซ้อนในการทดสอบและประเมินผล รวมทั้งทำให้เกิดมีการจัดการสารเคมีที่ดี (Sound Management of Chemical) เกณฑ์ความเป็นอันตราย ที่ครอบคลุมโดยระบบ การแยกประเภทที่เป็นระบบเดียวกัน ความเป็นอันตรายของสารและสารผสมแบ่งได้เป็น 3 ลักษณะ คือ 1 ความเป็นอันตรายทางกายภาพ แบ่งออกเป็น 16 ประเภท ได้แก่ * วัตถุระเบิด (Explosive) * ก๊าซไวไฟ (Flammable Gases * สารแอโรซอลไวไฟ (Flammable Aerosols) * ก๊าซออกซิไดส์ (Oxidizing Gases) * ก๊าซภายใต้ความดัน (Gases Under Pressure) * ของเหลวไวไฟ (Flammable Liquids) * ของแข...

TLV คืออะไร

  TLV  มาจาก  Threshold Limit Value                    หมายถึงค่าความเข้มข้นของสารเคมีในอากาศ ซึ่งคนปกติที่มีน้ำหนักตัว 60 กิโลกรัม และไม่ป่วยเป็นโรคใด ๆ จะสามารถรับเข้าสู่ร่างกายได้โดยไม่เกิดผลกระทบใด ๆ หรืออาจนิยาว่าเป็นค่าความเข้มข้นต่ำสุดของสารที่มีได้ในอากาศ พอที่ผู้ปฏิบัติงานในบริเวณนั้น ทุกวัน ๆ ละ 8 ชั่วโมง โดยไม่เป็นอันตราย ซึ่งค่าที่กำหนดขึ้นมานี้เพื่อเป็นแนวทางที่บอกอันตรายของสารเป็นพิษได้           ค่า TVL แบ่งออกเป็น           1.1 Threshold Limit Value - Time Weighted Average (TLV-TWA) หมายถึง ค่าความเข้มข้นของสารเคมีในอากาศที่ปลอดภัยสำหรับผู้ปฎิบัติงานจะได้รับในระยะเวลาไม่เกิน 8 ชั่วโมงทำงานติดต่อกันใน 1 วันเป็นเวลา 5 วันต่อสัปดาห์           1.2 Threshold Limit Value - Short Term Exposure Limit (TLV-STEL) หมายถึง ค่าความเข้มข้นสูงสุดของสารเคมีในอากาศที่ปลอดภัยสำหรับผู้ปฏิบัติงานจะได้รับในระยะเวลา 15 นาที และได้รับซ้ำกั...